ศึกสตรีมมิงวิดีโอ

ศึกสตรีมมิงวิดีโอ เปรียบเทียบความคุ้มค่าของแต่ละแพลตฟอร์ม

สื่อในรูปแบบวิดีโอยังคงเป็นที่นิยมมาตั้งแต่ในอดีต แต่เพียงตอนนี้ช่องทางในการรับชมนั่นแตกต่างออกไป มีการเกิดแพลตฟอร์มในรูปแบบวิดีโอสตรีมมิ่งขึ้นมา และที่สำคัญมาหลายเจ้าเสียด้วย บางเจ้าให้บริการซีรีส์ และภาพยนตร์ เช่น Netflix หรือว่า VIU บางเจ้าเป็นวิดีโอเพลง อย่างเช่น ตัวของ Youtube เอง สตรีมมิงแต่ละเจ้าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าตลาด เรียกว่าเป็น ศึกสตรีมมิงวิดีโอ เลยก็ได้ ดูได้จากการพยายามซื้อลิขสิทธ์วีดิโอแต่ละชิ้น

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำสตรีมมิ่งในแต่ละเจ้า พร้อมทั้งเปรียบเทียบถึงจุดแข็ง – จุดอ่อน เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจในการใช้งานของคุณ

1. Netflix

Netflix ศึกสตรีมมิงวิดีโอ

Netflix เป็นบริการสตรีมมิ่งที่นำเสนอรายการทีวีภาพยนตร์อนิเมะสารคดีและอื่น ๆ ที่ได้รับรางวัลมากมายบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลายพันเครื่อง

คุณสามารถรับชมได้มากเท่าที่คุณต้องการเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการโดยไม่ต้องโฆษณาเพียงครั้งเดียวทั้งหมดนี้ในราคาต่อเดือนที่ต่ำเพียงครั้งเดียว มีสิ่งใหม่ ๆ ให้ค้นพบอยู่เสมอและมีการเพิ่มรายการทีวีและภาพยนตร์ใหม่ทุกสัปดาห์

ราคา

รับชม Netflix บนสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตสมาร์ททีวีแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์สตรีมมิ่งทั้งหมดนี้ด้วยค่าบริการรายเดือนคงที่ แผนมีตั้งแต่ 99 บาท ไปจนถึง 419 บาท

  • Netflix 99 บาท (มือถือ) แพ็กเกจนี้สามารถดูบนมือถือและแท็บเล็ตเท่านั้น และดูพร้อมกันได้เพียง 1 เครื่อง ที่ความคมชัดสูงสุดระดับ SD 480p ถ้าวันไหนอยากแคสขึ้นจอทีวีไม่สามารถทำได้ มือถือต้องรันระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ขึ้นไป และ iOS 12.0 ขึ้นไป
  • Netflix 279 บาท (พื้นฐาน) แพ็กเกจนี้อัปเกรดขึ้นมาหน่อยจาก 99 บาท สามารถดูได้ทั้งบนมมือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป และทีวี โดยดูพร้อมกันได้เพียง 1 เครื่อง ซึ่งความคมชัดของภาพยังอยู่ที่ระดับ SD 480p
  • Netflix 349 บาท (มาตรฐาน) แพ็กเกจนี้ถือว่าเป็นความคมชัดที่หลายคนน่าจะยอมรับได้ว่าจะดูหนังที่ระดับความชัดอย่างน้อย HD 720p และสูงสุดที่ Full HD 1080p แล้วแต่เรื่องที่เราดู แต่ยังไงความละเอียดก็ไม่ต่ำกว่า 720p และไม่เกิน 1080p อีกทั้งยังสามารถดูพร้อมกันได้ 2 เครื่อง ทั้งบนมมือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป และทีวี
  • Netflix 419 (พรีเมียม) แพ็กเกจจัดเต็มสำหรับการดูบนทีวี Ultra HD 4K ถ้าที่บ้านมีเครื่องที่รองรับและเน็ตแรงๆ ต้องบอกเลยว่าภาพคมชัดมากๆ และดูได้พร้อมกัน 4 เครื่อง นั่นหมายความว่าเราสามารถแชร์ให้สมาชิกในครอบครัวได้ดูพร้อมกันได้ด้วย

2. Disney+

Disney+ ศึกสตรีมมิงวิดีโอ

บริการสตรีมมิง Disney+ ได้รับการเปิดตัวพร้อมเนื้อหาที่น่าสนใจจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ผลงานระดับคลาสสิกของ Disney, เนื้อหาต้นฉบับของ Disney+, ผลงานของ Marvel, Star Wars, Pixar, The Simpsons และ National Geographic ซึ่งอาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Netflix ในอนาคต เพราะหนังหลายเรื่องหมดสัญญากับทาง Netflix แล้วกลับมาสู่บริษัทแม่อย่าง Disney+ นั่นเอง

ยังไม่พอ Disney+ ยังสร้างโปรเจกต์ที่สามารถดูได้ในเฉพาะบนแพลตฟอร์มเท่านั้น เช่น

  • High School Musical: The Musical: The Series
  • The Mandalorian
  • Diary of a Female President
  • The Falcon and the Winter Solider
  • Loki
  • Untitled Cassian Andor Series
  • WandaVision

ราคา

ถึงแม้จะยังไม่ทันได้เปิดตัวในประเทศไทย แต่ดูเหมือนจะมีแฟน ๆ ที่รอคอยอย่างมา เพราะว่าทั้งเนื้อหาที่โดนใจและราคาที่แสนจะถูก 6.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน หรือราว ๆ 223 บาท แถมยังมีแพ็คเกจรายปี ราคา 69.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 2,230 บาท คิดดูตกเดือนละ 185 เท่านั้น

3. Youtube Premium

 Youtube Premium ศึกสตรีมมิงวิดีโอ

บริการที่เก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิกที่ยูทูบได้มอบให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา โดยให้การดูวีดีโอในยูทูบได้โดยปราศจากโฆษณา ดาวน์โหลดวีดีโอมาเก็บไว้เพื่อดูออฟไลน์เวลาไม่มีอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการเล่นวีดีโอเบื้องหลังในโทรศัพท์ การเข้าถึงเนื้อหาใหม่ๆที่ไม่เคยมีทีอื่น และการเข้าถึงเพลงโดยไม่มีโฆษณา

  • ดู Youtube แบบไม่มีโฆษณา
  • มี Original Content ของทาง Youtube ให้ดู ทั้งซีรี่ย์และสารคดี
  • เปิด Youtube เล่นโดยที่ออกจากแอปได้ (จะย่อเป็นจอเล็ก) หรือปิดล็อคหน้าจอ
  • เซฟวิดีโอเพื่อดุแบบ Offline ได้
  • ได้ใช้บริการ Youtube Music สำหร้บฟังเพลงอย่างเดียว (ต้องโหลดแอพแยกต่างหาก)

ราคา

ค่าบริการของ YouTube Premiumจะมีทั้งแบบรายบุคคล, แบบครอบครัว โดยที่ในเวอร์ชั่น Android และ iOS จะราคาไม่เท่ากัน รวมถึงถ้าหากอยากจะใช้บริการ Youtube Music อย่างเดียวก็ได้

ในการสมัครใช้บริการแบบบุคคล บนเวอร์ชั่น Android จะได้ใช้ฟรี 4 เดือนแรก (เริ่มเก็บเงินเดือนที่ 5) ส่วนแบบ Family Plan ใช้ฟรี 1 เดือนแรก (แชร์เพิ่มได้ 5 คน)

เวอร์ชั่น Android

  • YouTube Premium(แบบรายบุคคล) เดือนละ 159 บาท
  • YouTube Premiumแบบ Family แชร์ได้ 5 คน) เดือนละ 239 บาท
  • YouTube Music (แบบรายบุคคล) เดือนละ 129 บาท
  • YouTube Music (แบบ Family แชร์ได้ 5 คน) เดือนละ 199 บาท

เวอร์ชั่น iOS

  • YouTube Premium(แบบรายบุคคล) เดือนละ 209 บาท
  • YouTube Premiumแบบ Family แชร์ได้ 5 คน) เดือนละ 309 บาท
  • YouTube Music (แบบรายบุคคล) เดือนละ 169 บาท
  • YouTube Music (แบบ Family แชร์ได้ 5 คน) เดือนละ 259 บาท

เมื่อเกิด ศึกสตรีมมิงวิดีโอ การแข่งขันอย่างดุเดือดนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ของผู้บริโภคที่จะได้รับสิ่งที่มีคุณภาพดีกว่า นอกจาก 3 เจ้าที่กล่าวมานี้ยังมีอีกหลายเจ้าที่ให้บริการสื่อที่แตกต่างกันไป ในอนาคตอาจมีแพลตฟอร์มอื่นขึ้นมาเป็นแนวหน้า แทนที่ 3 เจ้านี้ก็เป็นได้

รู้จักแพลตฟอร์มแล้วบางคนอาจจะไม่รู้ว่าจะดูอะไรดี เราขอแนะนำ 8 อันดับซีรีส์เกาหลี จากช่องเคเบิล ที่มีเรตติ้งสูงที่สุด ที่ครองใจคนเกาหลีทั้งประเทศ

อ่านบทความเพิ่มเติม โมเสกคืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ